Big Bud

โปรดทราบว่าข้อมูลที่นำเสนอในหน้านี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการอธิบายเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นการทบทวนหรือคำแนะนำทางการแพทย์ ผลที่เกิดขึ้นจริงของสายพันธุ์กัญชาอาจแตกต่างกันออกไป กัญชาคือสิ่งที่มีโอกาสเสพติดได้ ดังนั้นจึงควรใช้กัญชาอย่างมีความรับผิดชอบ เราขอแนะนำให้คุณปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ก่อนใช้กัญชาร่วมกับแผนสุขภาพในปัจจุบัน

ข้อมูลเฉพาะ

Terpenes icon
เทอร์ปีนส์ที่โดดเด่น
Pinene, myrcene, ocimene
Benefits icon
ช่วยเรื่อง
อาการปวด กล้ามเนื้อหดเกร็ง การนอนหลับ
Growing icon
ความยากในการปลูก
ง่าย
Time of day icon
เวลาที่ควรใช้
ช่วงเย็น

CBD

1.00%

Low

THC

18.00%

High
.
15%
.
85%
Sativa Indica

Effects & Usage

อยากอาหาร
ง่วงนอน
ผ่อนคลาย

สรรพคุณ

Big Bud คือสายพันธุ์ไฮบริดเน้นอินดิกาที่มี THC อยู่ในระดับปานกลางระหว่าง 15-20% ขึ้นชื่อเรื่องสรรพคุณในการผ่อนคลายร่างกายและกระตุ้นสมองเล็กน้อย Big Bud จะทำให้คุณรู้สึกดีและผ่อนคลายไปพร้อมกัน ชื่อของสายพันธุ์นี้มีที่มาจากลักษณะของดอกที่ใหญ่มาก สืบพันธุ์มาจากการผสมผสานสายพันธุ์อินดิกาที่โด่งดัง ดึงข้อดีมาจากอินดิกาแต่ละสายพันธุ์ได้เป็นอย่างดี

อาการเริ่มต้น

Big Bud จะค่อย ๆ ออกฤทธิ์ช้า ๆ อาจใช้เวลาพอสมควรกว่าจะรู้สึก เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่เน้นอินดิกาจึงทำให้ร่างกายผ่อนคลายจนขยับไปไหนไม่ได้

มีผู้ใช้รายงานว่ารู้สึกสมองล้าในขณะที่เริ่มรู้สึกผ่อนคลายอย่างเต็มที่ เวลาจะเริ่มเดินช้าลง และคุณจะรู้สึกไม่อยากทำอะไรเลยนอกจากนอนเฉยๆ เหมาะสำหรับการใช้งานยามเย็นที่ต้องการพักผ่อน

สายพันธุ์นี้ช่วยคุณได้หากคุณต้องการคลายเครียดหรือบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ขอแค่จัดการงานที่ต้องทำในแต่ละวันเรียบร้อยแล้วก็พอ เพราะคุณจะนอนหลับลึกจนรู้สึกตัวอีกทีก็สร่างแล้ว

ขอแนะนำ Northern Lights หรือ Platinum Kush ซึ่งเป็นสายพันธุ์พ่อแม่ของ Big Bud หากคุณต้องการประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน โดยที่มีจุดเด่นแตกต่างกันเล็กน้อย

การใช้งาน

ผู้ที่มีอาการปวดเมื่อยตามตัวจะต้องชอบสรรพคุณจาก Big Bud อย่างแน่นอน เพราะสายพันธุ์นี้มีความสามารถในการบรรเทาอาการปวดและการอักเสบที่มาจากไพนีน ทำให้เหมาะสำหรับคนที่มีอาการปวดเรื้อรัง ภาวะข้ออักเสบ หรือกล้ามเนื้อตึง คุณสมบัติด้านการผ่อนคลายจากไมร์ซีนจะช่วยบรรเทาอาการของผู้ที่เป็นโรคนอนไม่หลับ นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้ที่มีความผิดปกติทางอารมณ์อีกด้วย

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยจากการใช้ Big Bud ได้แก่ ปากและตาแห้ง รวมถึงอาการวิงเวียนศีรษะ อาจทำให้เกิดความวิตกกังวลและความหวาดระแวงอ่อน ๆ ได้ในกลุ่มที่เป็นผู้อ่อนไหวง่ายเนื่องจากสายพันธุ์นี้มี THC สูง ดังนั้น ผู้ใช้ใหม่ควรใช้งานด้วยความระมัดระวังจากปริมาณน้อย ๆ ก่อน

สรรพคุณด้านการผ่อนคลายจาก Big Bud อาจทำให้เกิดอาการง่วงนอนหากใช้ระหว่างวัน ดังนั้นเราจึงไม่แนะนำให้สูบก่อนถึงช่วงเย็น

รสชาติและกลิ่น

ดินหญ้า
ดอกไม้
เผ็ดร้อน

ดอกของสายพันธุ์นี้มีขนาดยักษ์ใหญ่ตามชื่อโดยมีเกสรไม่มากนักแต่กลับมีไตรโคมปกคลุมเป็นชั้นหนา มองดูแล้วดึงดูดสายตาได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ไตรโคมในปริมาณมากยังทำให้สายพันธุ์นี้มีเรซินสูงและเหนียวเป็นพิเศษ

เมื่อหักออกจะได้กลิ่นหอมจากดินหญ้า กลิ่นหวานจากดอกไม้ และกลิ่นของความเผ็ดร้อนที่ชวนให้นึกถึงแฮชกัญชา เรียกได้ว่าแค่กลิ่นก็ทำให้เราน้ำลายไหลได้แล้ว เมื่อสูบจะได้รสชาติหอมหวานลื่นคอ ตามมาด้วยรสชาติดินหญ้าที่เผ็ดร้อนตามมาเมื่อพ่นควันออก

Cannabis indica grown outdoor

ต้นกำเนิด

ต้นกำเนิดของ Big Bud เริ่มต้นขึ้นในช่วงปี 1980 จากการผสมผสานสามสายพันธุ์อินดิกาเข้าด้วยกัน ได้แก่ แลนด์เรซอัฟกานิสถาน, Skunk #1 และ Northern Lights การผสมผสานสายพันธุ์ที่มีชื่อเสียงประกอบกับดอกที่มีขนาดใหญ่ยักษ์เป็นพิเศษคือสิ่งที่ทำให้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ภายหลังจากการเปิดตัวมาไม่นาน สายพันธุ์นี้ชนะรางวัล 1989 Cannabis High Cup ในหมวดหมู่ของสายพันธุ์อินดิกา

สภาพการเจริญเติบโต

การปลูกสายพันธุ์ Big Bud เป็นอะไรที่ค่อนข้างตรงไปตรงมาโดยมีระยะเวลาออกดอกเพียง 7-9 สัปดาห์ ต้านศัตรูพืชและโรคราน้ำค้างได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับการปลูกภายในร่มมากกว่า แต่ก็สามารถปลูกกลางแจ้งในประเทศไทยได้ในช่วงฤดูหนาว ลักษณะของดอกที่ใหญ่เป็นพิเศษทำให้ผู้ปลูกจะต้องเตรียมพื้นที่ให้มากพอพร้อมดูแลตัดแต่งกิ่ง มีโอกาสแตกหักได้เพราะต้องแบกรับน้ำหนักของดอก

หากคุณตัดสินใจที่จะปลูก Big Bud คุณจะได้รับผลผลิตตอบแทนอย่างสมน้ำสมเนื้อ เพราะนี่เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตมากที่สุดแล้ว โดยคุณจะได้สูงสุด 1000 กรัมต่อต้นเมื่อปลูกกลางแจ้ง และ 600 กรัมต่อตารางเมตรเมื่อปลูกในร่ม