CBD เพื่อบรรเทาความเจ็บปวด: ประโยชน์ ความเสี่ยง และวิธีใช้งาน

Admin
Written by รีวิว Weed Cannabis & Health Enthusiast
Updated: 2023-09-29
CBD เพื่อบรรเทาความเจ็บปวด: ประโยชน์ ความเสี่ยง และวิธีใช้งาน

Table of Contents

การรักษาอาการปวดทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง มักทำโดยการใช้ยาแก้ปวด แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ Cannabidiol (CBD) เข้ามาสร้างความสนใจให้แก่ผู้ที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ทางเลือก เพื่อช่วยบรรเทาอาการดังกล่าว

การรับมือกับความเจ็บปวดทางกายเป็นเรื่องปกติในประเทศไทย งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าร้อยละ 30 ของประชากรมีปัญหาทางร่างกาย เนื่องจากอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง

เนื่องจากประเทศไทยได้มีการอนุญาตให้กัญชาทางการแพทย์อย่างถูกกฎหมาย  ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ CBD เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดได้ ผลกระทบของการใช้ CBD ที่เกิดขึ้นกับร่างกายมนุษย์ กำลังถูกติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป็นไปตามผลลัพธ์ที่คาดหวัง คู่มือนี้จะบอกทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ ก่อนที่จะใช้ CBD เพื่อบรรเทาอาการปวดของคุณ

CBD ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้อย่างไร

CBD เป็นหนึ่งในสาร Cannabinoids หลักที่พบในกัญชา แต่ CBD ไม่มีผลต่อจิตประสาท เหมือนกับ THC ซึ่งเป็นสารเคมีที่ทำให้คุณเกิดอาการมึนเมา

CBD เกิดปฏิกิริยากับระบบเอนโดแคนนาบินอยด์ของร่างกาย ซึ่งช่วยควบคุมความเจ็บปวด รวมถึงมีส่วนในการทำงานที่สำคัญอื่น ๆ ในร่างกาย

สาร Cannabinoid นี้มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ และสามารถลดการอักเสบได้ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการจัดการความเจ็บปวด CBD มีผลต่อสารสื่อประสาทในสมอง ที่เกี่ยวข้องกับส่วนการรับรู้ความเจ็บปวด นอกจากนี้ ยังกระตุ้นตัวรับ TRPV1 ซึ่งมีบทบาทในการควบคุมความเจ็บปวดด้วย

ตารางด้านล่างนี้ คือบทสรุปของงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ว่า CBD สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดประเภทต่าง ๆ ได้อย่างไร

อาการปวดสิ่งที่ CBD ช่วยได้
ปวดหลังลดการอักเสบ, บรรเทาความเจ็บปวด และช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
ปวดศีรษะมีคุณสมบัติเหมือนยาแก้ปวด, ลดการอักเสบ และผ่อนคลายความเครียด
ปวดเข่าช่วยต้านการอักเสบ และบรรเทาอาการบวมตึง
ปวดข้อช่วยลดการอักเสบ, บรรเทาอาการปวดข้อ และเพิ่มความคล่องตัว
ปวดประจำเดือนบรรเทาอาการตะคริว, ลดการอักเสบ และช่วยให้ผ่อนคลาย
อาการปวดทั่วไปและ CBD

อาการปวดเรื้อรัง

CBD มีผลต้านการอักเสบและช่วยแก้ปวดในร่างกาย ซึ่งมีผลต่ออาการปวดแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรค Fibromyalgia (กลุ่มอาการปวดเรื้อรัง), ไมเกรนเรื้อรัง และโรคลมชัก

การศึกษาจำนวนมากแสดงผลที่น่าพึงพอใจหลังจากใช้  CBD เพื่อแก้อาการปวดประเภทต่าง ๆ ที่บอกให้เห็นถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น, การนอนหลับที่ดีขึ้น และอาการปวดเรื้อรังที่ลดลง

อาการปวดจากมะเร็ง

ความเจ็บปวดจากโรคมะเร็ง อาจมีผลมาจากตัวโรคหรือจากการทำเคมีบำบัดเพื่อกำจัดเชื้อมะเร็งออกไป และมักทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และเบื่ออาหาร ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม

CBD ช่วยบรรเทาอาการของโรคมะเร็ง และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคนี้ได้ มีหลักฐานบ่งชี้ว่า CBD สามารถบรรเทาความเจ็บปวดจากมะเร็ง, ลดผลข้างเคียงจากการทำคีโม และอาจจะลดการเจริญเติบโตของเซลล์ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้

การบำบัดด้วย CBD เพื่อลดความวิตกกังวล, ต้านอาการซึมเศร้า และต้านอนุมูลอิสระ สามารถช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ โดยสาร Cannabidiol จะช่วยลดความวิตกกังวล, แก้อาการซึมเศร้า, ปรับปรุงการนอนหลับ และดูแลร่างกายแบบประคับประคองได้

อาการปวดตามระบบประสาท

CBD ได้แสดงให้เห็นว่า เป็นสารที่ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามระบบประสาท แม้ว่าจะต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม เช่นเดียวกับสารอื่น ๆ ก็ตาม

ความเจ็บปวดจากโรคทางระบบประสาท เกิดขึ้นจากความเสียหายหรือการทำงานที่ผิดปกติของระบบประสาท และอาจจะเกิดขึ้นแบบเรื้อรัง  จนทำให้การจัดการเป็นไปได้ยาก

หนึ่งในการศึกษาในปี 2012 พบว่า Cannabidiol มีความสามารถในการจับกับตัวรับ และยับยั้งอาการที่เชื่อมโยงกับอาการปวดตามเส้นประสาทได้

ข้อมูลเดียวกันนี้ได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติมในการศึกษาอื่น ๆ อีกสองถึงสามชิ้น ซึ่งตีพิมพ์ในอีก 8 ปีต่อมา นักวิจัยพบว่า เมื่อนำน้ำมัน CBD มานวดในบริเวณที่ได้รับผลกระทบ จะลดอาการปวดและความรู้สึกไม่สบายอื่น ๆ ในผู้ป่วยที่เป็นโรคปลายประสาทอักเสบ ในทำนองเดียวกัน Cannabidiol มีผลต่อการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน ที่ช่วยลดอาการปวดเส้นประสาท และบรรเทาอาการของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งได้

อาการปวดจากข้ออักเสบ

โรคข้ออักเสบ เป็นภาวะที่ทำให้ร่างกายทรุดโทรม ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตของคุณ โรคข้ออักเสบเรื้อรังทำให้การเคลื่อนไหวมีข้อจำกัด และยังทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยทั่วทั้งร่างกายด้วย

ยาแผนปัจจุบัน จะช่วยบรรเทาอาการอักเสบและปิดกั้นตัวรับความเจ็บปวด ส่วนคุณสมบัติในการระงับอาการปวดของ CBD เป็นไปตามผลลัพธ์ที่คาดหวัง ในฐานะที่เป็นแนวทางการรักษาทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยสำหรับโรคไขข้อ ตามที่ Arthritis Foundation of New South Wales (มูลนิธิโรคข้ออักเสบแห่งนิวเซาท์เวลส์) กล่าวไว้

การศึกษาล่าสุดในปี 2022 ได้พบหลักฐานเพื่อสนับสนุนการใช้ CBD สำหรับโรคข้ออักเสบและอาการปวดข้อ เพิ่มเติมว่า CBD มีผลต่อการลดระดับความเจ็บปวด, ปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ และมีผลต่อหน้าที่ทางร่างกายในผู้ป่วยเหล่านี้

การใช้ยากลุ่มโอปิออยด์น้อยลง

ปัจจุบัน อาการปวดเฉียบพลันและเรื้อรัง มักรักษาได้ด้วยการใช้ยาตามใบสั่งแพทย์ ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์จะช่วยขจัดความเจ็บปวดได้ดี แต่มักทำให้คนติดยา

จากการศึกษาพบว่า CBD ช่วยให้ผู้เข้าร่วมทดสอบใช้ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ลดลงถึง 64% ซึ่งส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยอีกมากมายเกี่ยวกับประสิทธิภาพของ Cannabidiol  เพื่อลดการพึ่งพายากลุ่มนี้

ผลิตภัณฑ์ CBD แบบไหนที่เหมาะสำหรับบรรเทาอาการปวด

กัญชาทางการแพทย์สามารถบริโภคได้หลายวิธี ทำให้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้ง่าย

แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าผลิตภัณฑ์ใดเหมาะกับคุณ? การค้นหาว่าผลิตภัณฑ์ Cannabidiol ใดใช้สำหรับบรรเทาความเจ็บปวด ควรทำความเข้าใจข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธีก่อน จากนั้นค่อยเลือกวิธีที่สอดคล้องกับความชอบและเป้าหมายในการบรรเทาอาการปวดของคุณ

น้ำมัน CBD

โดยทั่วไปแล้วน้ำมัน CBD จะใช้หยดใต้ลิ้น หรือผสมกับเครื่องดื่ม เพื่อให้การดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว และช่วยบรรเทาอาการในทันที (ภายใน 15-60 นาที) ทิงเจอร์ CBD จะวางขายในรูปแบบแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับกระบวนการสกัด

ตัวอย่างเช่น CBD Isolate หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการแยกสารกลุ่ม Cannabinoid เท่านั้น และไม่มีสารอื่นใดผสม CBD ส่วน Full Spectrum CBD จะประกอบด้วยเทอร์ปีนที่เกี่ยวข้อง และสารแคนนาบินอยด์อื่น ๆ คุณสามารถค้นหารายชื่อน้ำมัน CBD อันดับต้น ๆ ในประเทศไทยได้ที่ Weed Review

ผลิตภัณฑ์อาหารและกัมมี่ CBD

การผสม CBD ในอาหาร เป็นวิธีที่ทั้งอร่อยและช่วยบรรเทาอาการปวด อาหารที่รับประทานได้อาจอยู่ในรูปของขนมอบ, กัมมี่ หรือช็อกโกแลตก็ได้เช่นกัน

อาหารที่ผสม CBD จะออกฤทธิ์เมื่อเวลาผ่านไปตั้งแต่ 1 ถึง 2 ชั่วโมงหรืออาจมากกว่านั้น ซึ่งข้อดีก็คือจะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้นานกว่าวิธีการบริโภครูปแบบอื่น ๆ ปัจจุบัน ตลาดอาหาร CBD ในประเทศไทยมีค่อนข้างจำกัด แต่ Chanabis ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการ CBD ได้ดี

ดอก CBD

ดอก CBD สามารถใช้แบบสูบเพื่อบรรเทาอาการได้ มีหลายสายพันธุ์ให้เลือก ซึ่งรวมถึงโปรไฟล์ Cannabinoids และ Terpene (เทอร์ปีน) อย่างไรก็ตาม ผลของการบรรเทาความเจ็บปวดไม่ได้เกิดขึ้นนานมากนัก

หากคุณมองหาสายพันธุ์ที่มี CBD สูง เช่น Harlequin หรือ Charlottes Angel CBD สายพันธุ์เหล่านี้ใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้อย่างรวดเร็ว แต่เราขอย้ำไว้สักนิดว่าการสูบจากดอกกัญชาก็อาจเกิดปัญหาได้เช่นกัน

ยาใช้เฉพาะที่

ยาใช้เฉพาะที่ที่มีสาร Cannabidiol ช่วยลดความเจ็บปวดได้ตรงตามเป้าหมาย โดยน้ำมันจะถูกดูดซึมผ่านผิวหนัง และช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดี คุณสามารถใช้น้ำมัน CBD เป็นยาใช้เฉพาะที่ แต่อาจต้องการปริมาณที่สูงขึ้น มากกว่า 1,000 มก. เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

หรือคุณสามารถมองหาครีมและบาล์ม CBD ที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานเฉพาะที่ก็ได้

กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพกับการใช้ CBD เพื่อบรรเทาความปวด

เมื่อพูดถึงศักยภาพของ CBD สำหรับบรรเทาความเจ็บปวด วิธีที่ใช้สามารถสร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ถึงผลลัพธ์ที่คุณต้องการได้

ข่าวดีก็คือ CBD ไม่ออกฤทธิ์ทางจิต, ทนต่อยาได้ดีในทุกขนาด และมีความปลอดภัยสูง และจากงานวิจัยบางส่วน ก็เชื่อว่า Cannabidiol สามารถใช้เป็นยาแก้ปวดที่มีประสิทธิภาพได้

  • เลือกผลิตภัณฑ์ CBD คุณภาพสูง: เลือกแบรนด์ที่มีชื่อเสียง ให้ความสำคัญกับส่วนผสมที่มีคุณภาพ และผลิตด้วยกระบวนการที่ตรวจสอบได้
  • ผลการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการภายนอก: ตรวจสอบรายงานจากห้องปฏิบัติการของผู้ผลิต หรือใบรับรองผลการวิเคราะห์คุณภาพสินค้า (COA) อย่างละเอียด
  • การทดลอง: ทดลองผลิตภัณฑ์ CBD เพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับคุณ หากดอกกัญชาไม่ใช่คำตอบ ให้ลองใช้น้ำมันและกัมมี่ดูก่อน
  • กำหนดปริมาณ: เริ่มต้นด้วย CBD ปริมาณต่ำ และค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามความจำเป็น ตรวจสอบผลกระทบอย่างระมัดระวัง เพราะไม่มีปริมาณการใช้ CBD ที่มาตรฐานว่าควรใช้ที่เท่าไหร่ เนื่องจากผลที่ได้จะต่างไปในแต่ละบุคคล
  • ใช้อย่างสม่ำเสมอ: อาจต้องใช้เวลากว่าที่ CBD จะสร้างผลที่เห็นได้ชัดเจนต่อร่างกาย
  • ตรวจสอบร่างกาย: การตอบสนองของ CBD ในแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้น ให้ใส่ใจว่าร่างกายของคุณตอบสนองต่อผลิตภัณฑ์นั้น ๆ แตกต่างกันอย่างไร
  • ปรึกษาแพทย์: การปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้าน CBD จะทำให้ได้รับคำแนะนำในการกำหนดปริมาณที่เหมาะสมสำหรับอาการปวดของคุณได้มากที่สุด

ประสิทธิภาพของ CBD ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล, ระบบการเผาผลาญ, ความทนทานและความไวต่อ CBD และปัจจัยส่วนบุคคลอื่น ๆ

สิ่งต่าง ๆ เช่น ปริมาณ, เวลา และระยะเวลาของผลกระทบ จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล การใช้ CBD จึงมีความจำเพาะ ซึ่งแต่ละคนต้องทดลองและปรับแนวทาง เพื่อหาสมดุลที่เหมาะสมกับตัวเอง

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ CBD

เช่นเดียวกับยาอื่น ๆ สิ่งสำคัญ คือ ต้องเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องก่อน เพราะแม้ว่า Cannabidiol จะถือว่าปลอดภัยสำหรับการบริโภคก็ตาม แต่ก็มีรายงานผลข้างเคียงบางอย่างมาเหมือนกัน เช่น:

  • อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น
  • ง่วงนอน
  • คลื่นไส้
  • เหนื่อยล้า
  • หงุดหงิด
  • ปวดท้อง/ท้องเสีย

ปฏิกิริยาระหว่างยา

CBD สามารถทำปฏิกิริยากับยาแก้ปวด ซึ่งส่งผลต่อการสลายตัวของยาในร่างกาย เมื่อใช้ร่วมกันเป็นประจำ อาจทำให้ระดับยาในกระแสเลือดสูงขึ้น (หรือต่ำลง) ได้ สิ่งนี้ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยา ที่ใช้ควบคู่ไปกับ CBD

สิ่งสำคัญคือ ต้องคำนึงถึงปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้น และปรึกษาแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่า การใช้ CBD และยาร่วมกันมีความปลอดภัย

บทสรุป

เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างกัญชาทางการแพทย์ และการบรรเทาความเจ็บปวด CBD ได้แสดงให้เห็นถึงข้อดีหลายอย่าง และมีการศึกษาเพิ่มเติมที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคุณ

ตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณได้ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มทำการรักษาด้วยวิธีการใด ๆ โดยเฉพาะการใช้ผลิตภัณฑ์ Cannabidiol เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

  • วิธีการใช้น้ำมัน CBD เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดทำได้อย่างไร?

    วิธีการใช้น้ำมัน CBD มีหลายวิธี ทั้งการหยดใต้ลิ้นเป็นเวลา 30-60 วินาที, ทาบนผิวหนัง (เช่น น้ำมันนวดตัว) หรือใส่ลงในเครื่องดื่ม/อาหารจานโปรด

  • เวลาใดที่ดีที่สุดสำหรับการใช้ CBD เพื่อบรรเทาความเจ็บปวด?

    เวลาที่ดีที่สุด คือ การใช้เมื่อเริ่มมีอาการปวด หากคุณมีอาการปวดเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาเวลาที่ดีที่สุด

  • ผลิตภัณฑ์ CBD แบบใดที่ดีที่สุดสำหรับการบรรเทาอาการปวด?

    ส่วนนี้เป็นความชอบส่วนบุคคล การจะหาว่าผลิตภัณฑ์ CBD แบบใดที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง จำเป็นต้องทดลอง เพื่อดูว่าผลิตภัณฑ์ใดที่ตอบโจทย์มากที่สุดสำหรับตัวคุณ